วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Insomnia

คือภาวะนอนหลับยาก หลับไม่สนิท ถึงแม้ว่าจะมีเวลานอนอย่างเพียงพอ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตในเวลากลางวัน

การซักประวัติและตรวจร่างกายที่สำคัญได้แก่
  • ซักประวัติและตรวจร่างกายเพื่อหาสาเหตุจากโรคทางกาย (เช่น OSA, periodic limb movements, GERD, COPD, pain, stimulants ต่างๆ) และโรคทางจิตเวช (เช่น anxiety, depression)
  • ปัจจัยภายนอกที่มากระตุ้นชั่วคราวเช่น ความเครียด ใน adjustment insomnia
  • ประเมินความรุนแรงของการงีบหลับในเวลากลางวัน เช่น Epworth Sleepiness Scale
  • จดบันทึกเกี่ยวกับการนอนหลับ (Sleep diary) 2 สัปดาห์
การรักษา

แนะนำให้ใช้ Cognitive-behavioral therapy เช่น sleep hygiene, cognitive therapy, relaxation therapy, stimulus-control therapy, sleep restriction therapy โดยสรุปได้แก่
  • ใช้เตียงนอนเพื่อนอนและเพื่อมีเพศสัมพันธ์เท่านั้น (ไม่ดูทีวี หรืออ่านหนังสือ)
  • หลีกเลี่ยงคาเฟอีนตั้งแต่ช่วงบ่าย หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กระตุ้นเช่น การออกกำลังกายอย่างหนัก รวมถึงงานที่ทำให้หงุดหงิด อารมณ์ไม่ดี ช่วงหลายชั่วโมงก่อนเข้านอน ทำกิจกรรมที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายก่อนนอน
  • ออกกำลังกายทุกวัน
  • รักษาตารางเวลาการหลับตื่นอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการงีบหลับช่วงกลางวัน
  • ไม่มองนาฬิกาขณะอยู่บนเตียง ถ้านอนไม่หลับอย่าพยายามที่จะนอนให้หลับให้ได้ แต่ให้ลุกจากเตียงมาทำกิจกรรมบางอย่างเงียบๆ จนกว่าจะง่วงนอนอีกครั้งจึงกลับไปที่เตียงนอน
  • ปรับความคิดที่ไม่ถูกต้องบางอย่างเช่น บางคนคิดว่าการนอนน้อยกว่า 8 ชั่วโมงเป็นสิ่งที่ผิด จึงเกิดความวิตกกังวลเมื่อไม่สามารถนอนได้เพียงพอ
  • ใช้เทคนิคการผ่อนคลาย ได้แก่ การนอนอย่างผ่อนคลาย รู้กายในอิริยาบถนอน ให้สำรวจร่างกายทีละจุดจากหัวจรดเท้า ว่ามีส่วนไหนเกร็ง ก็ให้ผ่อนคลาย แล้วสังเกตท้องพองยุบตามลมหายใจเข้าออก ถ้าเกิดความคิดฟุ้งซ่านขึ้นให้เพียงระลึกรู้แล้วกลับมากำหนดที่ลมหายใจต่อไป

  • การจำกัดเวลานอน โดยเชื่อว่าถ้านอนน้อยลงแล้วประสิทธิภาพการนอนจะดีขึ้น (โดยเริ่มต้นไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง)  ถ้าพบว่าเวลาเท่านั้นทำให้นอนหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว (คือหลับได้ > 85% ของเวลานอน) ให้ค่อยๆเพิ่มทีละ 15-30 นาที หรือถ้านอนหลับได้ไม่มีประสิทธิภาพ (คือหลับได้ < 80% ของเวลานอน) ให้ลดเวลานอนลง แล้วค่อยๆปรับจนได้เวลานอนที่เหมาะสม
  • การปรับปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การทำให้ห้องนอนปราศจากเสียงรบกวน หรือใช้ white noise เช่น เสียงหึ่งๆของเครื่องปรับอากาศหรือพัดลมจะช่วยกลบเสียงรบกวนได้ ใช้ม่านบังแสงเพื่อไม่ให้ห้องนอนสว่างเกินไป
การรักษาโดยการใช้ยา
การใช้ยาเหมาะสำหรับกลุ่ม transient insomnia โดยใช้ร่วมกับวิธีที่ไม่ใช้ยาข้างต้น แต่สำหรับกลุ่ม primary insomnia หรือ chronic insomnia นั้นการใช้ยาจะได้ผลดีเพียงระยะสั้น และยังทำให้ผู้ป่วยไม่เกิดความพยายามในการฝึก cognitive-behavioral therapy เพื่อบำบัดในระยะยาวอีกด้วย
  • กลุ่ม sedative-hypnotic แนะนำให้ใช้ขนาดน้อยที่สุดและไม่แนะนำให้ใช้เป็นประจำ ไม่ควรใช้ > 2-4 สัปดาห์ ถ้าเป็นกลุ่มหลับยาก (sleep onset latency) แนะนำให้ใช้กลุ่ม non-BZD เช่น zolpidem (5 mg ในผู้หญิง; 5-10 mg ในผู้ชาย), zaleplon เป็นต้น แต่ถ้าต้องการนอนให้นานขึ้น (sleep duration) อาจใช้กลุ่ม BZD เช่น midazolam, diazepam, lorazepam, flunitrazolam; ไม่แนะนำกลุ่ม “triazolo” เช่น alprazolam เพราะสัมพันธ์กับการเกิด tolerance และ dependence
  • กลุ่ม Antidepressant ในคนที่มี depression ร่วมด้วย ได้แก่ trazodone, mirtazapine, amitriptyline, doxepine
  • Prolonged release melatonin (Circadin) 2 mg PO ac 1-2 hr before bed ในคนที่อายุ > 55 ปี หรือในกลุ่ม circadian rhythm disorder โดยสามารถใช้ระยะยาวได้ > 3 เดือน สามารถช่วยได้ทั้ง sleep onset & duration รวมถึงเพิ่ม sleep quality อีกด้วย
  • Rameltron (8 mg PO hs) เป็น melatonin receptor agonist ใช้ใน sleep onset insomnia ไม่ทำให้เกิด drug abuse และยังเหมาะในผู้สูงอายุเพราะไม่ทำให้ความจำ การเคลื่อนไหวและการทรงตัวแย่ลง
  • ยาอื่นๆที่ยังไม่แนะนำให้ใช้ในการรักษาเช่น antihistamine, herbal ต่างๆ
การรักษาอื่นๆที่ได้ผลเช่น การกดจุดเสินเหมิน (Shenmen) ทั้ง 2 ข้างอยู่ที่ข้อมือด้านนิ้วก้อยระหว่างเส้นเอ็นและปุ่มกระดูกสามารถลดอาการ insomnia ได้ถึง 2 สัปดาห์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น